ส่วนใหญ่แล้ว ลูกค้าที่สั่งซื้อของพรีเมี่ยม(Premium) หรือสินค้าพรีเมี่ยม(Premium) ก็จะมีความต้องการที่จะพิมพ์โลโก้ของบริษัทตน หรือข้อความที่ต้องการโฆษณา ลงบนตัวสินค้า ดังนั้นบทความนี้จะทำให้คุณรู้จักวิธีการหรือเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้ในการพิมพ์งานต่างๆบนสินค้าพรีเมี่ยม(Premium)
Pad Printing
เป็นวิธีการพิมพ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับของพรีเมี่ยม(Premium) เนื่องจากเหมาะกับพื้นผิว รูปทรงแบบต่างๆ
(พื้นผิวไม่ว่าจะโค้ง เว้า นูน หรือไม่เรียบ เช่นลูกกอล์ฟ ก็สามารถพิมพ์ได้)
โดยงานที่เราต้องการพิมพ์ (เช่นโลโก้บริษัท) จะถูกออกแบบและสร้าง (ใช้การกัดลาย)
ไว้บนแม่พิมพ์ที่เป็น แผ่นโลหะ (เรียกว่า cliché) หมึกที่ถูกเทใส่แม่พิมพ์
จะถูกพิมพ์ลงพื้นผิวของวัสดุพิมพ์ โดยอาศัยลูกยางแพด ที่ทำจากซิลิโคน
เนื่องจากลูกยางแพดมีความยืดหยุ่นสูง
ทำให้สามารถกดได้แนบแน่นเข้ากับพื้นผิวของวัสดุพิมพ์ นอกจากนี้ ลูกยางแพดยังมีหลายรูปทรง
สามารถเลือกให้เหมาะสมกับรูปทรงทรงของวัสดุพิมพ์ได้ โดย Pad Printing นี้รองรับการพิมพ์ได้ถึง 4 สี
Silk Screen Printing (ซิลค์สกรีน)
เป็นวิธีการพิมพ์ที่ใช้กับวัสดุพิมพ์ที่มีพื้นผิวเรียบ
ส่วนใหญ่จะพิมพ์บนวัสดุประเภทผ้าหรือไนลอนสำหรับของพรีเมี่ยม(Premium) เช่น เสื้อ ร่ม เป็นต้น โดยงานที่เราต้องการพิมพ์
(เช่นโลโก้บริษัท) จะถูกสร้างบน แม่พิมพ์ ที่เรียกว่า แผ่นสกรีน
ที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ (สมัยก่อนใช้เส้นไยไหม) ขึงตรึงอยู่บนกรอบ
สำหรับวิธีการที่จะนำตัวงานที่ถูกออกแบบไว้แล้วไปอยู่บนแผ่นสกรีน คือ
1.
พิมพ์งานที่ถูกออกแบบไว้แล้ว
บนแผ่นฟิล์ม ให้ส่วนที่ต้องการพิมพ์ ทึบ (แสงผ่านไม่ได้)
2.
ทาแผ่นสกรีนด้วยสารที่ไวต่อแสง
(emulsion)
3.
นำแผ่นฟิล์มที่เตรียมไว้แล้ว
ไปวางทับบนแผ่นสกรีน แล้วใช้แสง UV ฉายไปบนแผ่นฟิล์ม เสร็จแล้วนำแผ่นสกรีนไปล้างน้ำ ส่วนที่แสงไม่โดนแสง UV
ก็จะถูกน้ำล้างออก
ซึ่งเป็นส่วนที่หมึกจะผ่านออกไปและพิมพ์ลงพื้นผิวของวัสดุพิมพ์
เมื่อแผ่นสกรีนถูกเตรียมเสร็จแล้ว
ก็สามารถนำไปวางทับบนวัสดุพิมพ์ จากนั้น เทหมึกลงไปบนแผ่นสกรีน
แล้วปาดหมึกไปตามแผ่นสกรีน ก็จะเป็นการพิมพ์ชิ้นงาน ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ถึง 4
สี
Transfer printing (การพิมพ์ทางอ้อม)
เป็นวิธีการพิมพ์ที่เหมาะกับของพรีเมี่ยม(Premium) ที่เป็นประเภทผ้า หรือร่ม
โดยเฉพาะเมื่องานพิมพ์มีหลากหลายสี และรายละเอียดมาก
และเทคนิคการพิมพ์นี้สามารถใช้ได้กับผ้าหยาบได้ โดยหลักการพิมพ์คือ
จะพิมพ์งานที่ออกแบบไว้แล้วบนกระดาษ ซึ่งจะถูกนำไปทาบบนวัสดุพิมพ์ แล้วใช้ความร้อนและแรงกดทับ
ทำให้หมึกที่อยู่บนกระดาษ พิมพ์ลงบนพื้นผิวของวัสดุพิมพ์
Embroidery printing (การพิมพ์แบบปัก)
การปักนั้น เหมาะกับสินค้าพรีเมี่ยม(Premium) ประเภทผ้า หมวก และกระเป๋า
สำหรับค่าใช้จ่ายในการปักนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนฝีเข็มที่ใช้ และขนาดของโลโก้
(หรือข้อความอื่นๆ) สำหรับสีของชิ้นงานปักก็จะขึ้นอยู่กับสีของด้ายที่ใช้
โดยปกติจะสามารถรองรับได้สูงสุด 15 สี
Laser engraving (การสลักโดยใช้แสงเลเซอร์)
เหมาะกับของพรีเมี่ยม(Premium) ที่ใช้วัสดุที่เป็นโลหะ
(แต่ก็สามารถใช้ อครีลิค หรือไม้ ได้เช่นเดียวกัน) โดยจะใช้แสงเลเซอร์ที่มีความร้อน
ยิงไปยังพื้นผิวของวัสดุพิมพ์ เพื่อให้เกิดรอยขึ้นจนเป็นรูปตามงานที่ได้ออกแบบไว้
และการสลักโดยใช้แสงเลเซอร์ จะไม่สามารถกำหนดสีของชิ้นงานได้
ซึ่งสีจะขึ้นอยู่กับสีของวัสดุ หรือชั้นของวัสดุที่อยู่ลึกลงไปจากผิวหน้า
Embossing/Hot Stamp (การปั๊ม)
เหมาะกับของพรีเมี่ยม(Premium) ที่ใช้วัสดุที่เป็นหนัง
(แต่หนังบางประเภทจะไม่สามารถใช้กับวิธีนี้ได้)
โดยใช้แม่พิมพ์ที่ถูกออกแบบไว้กดทับลงบนวัสดุพิมพ์
ทำให้เกิดเป็นรอยตามที่ออกแบบไว้
นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่ใช้ความร้อนปั้มแแม่พิมพ์ลงบนแผ่นฟอล์ยและวัสุดพิมพ์ (Hot Stamp) เพื่อให้มีตัววัสดุพิมพ์ที่ถูกปั๊ม
มีสีต่างๆ ตามสีของแผ่นฟอล์ย เช่น สีทอง สีเงิน เป็นต้น
โดยเทคนิคนี้สามารถใช้กับวัสดุที่เป็นกระดาษได้ด้วย เช่นการ์ดเชิญต่างๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก ckpremium.com
และติดตามเรื่องราวดีดีของเราต่อได้ที่ http://www.eastern-venice.com

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น